ไผ่ตงลืมแล้งสวนไผ่อริยะ@ระยอง

วันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2560

วิธีการไล่แมลงในสวนไผ่เบื้องต้น

วิธีการไล่แมลงในสวนไผ่เบื้องต้น



          หลายท่านที่ปลูกไผ่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับแมลงรบกวนในสวนวันนี้ผมมีวิธีง่ายๆที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งยาฆ่าแมลงมาฝากกันครับถ้าพร้อมแล้วลองเข้าไปดูกันเลยครับผม


 หลังจากได้ชมวีดีโอกันแล้วท่านอาจลองทำดูโดยใช้กองเล็กๆก่อนก็ได้ครับก่อนจะลองกองใหญ่ๆเป็นการประยุกต์การไล่แมลงจากสวนผมไม้ครับผม ขอบคุณครับ...^-^



ทนัญชัย อริยเกศมงคล
สวนไผ่อริยะ@ระยอง
Line : tapootom
Tel : 086-3572098
https://www.facebook.com/ariyabamboo
http://ไผ่ตงลืมแล้ง.blogspot.com
E-mail : tapoo.tom@gmail.com


วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

วิธีการกำจัดเพลี้ยในสวนไผ่ตงลืมแล้ง ไผ่กิมซุง

เพลี้ยกวนใจจะทำอย่างไรดี



      เพลี้ยเป็นศัตรูพืชของไผ่ตงลืมแล้ง ไผ่กิมซุงอีกชนิดหนึ่งซึ่งทุกสวนน่าจะเคยได้พบปะกับมันมาบ้างไม่มากก็น้อย และบางท่านก็อาจถึงกับปวดหัวไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไรดีเพราะยิ่งมีเจ้าเพลี้ยมากเท่าใดสวนไผ่ตงลืมแล้งของเราก้อจะแลดูสกปรกมากขึ้นเท่านั้น ส่วนวิธีการแก้ไขนั้นมีด้วยกันหลากหลายวิธีแต่จะมีวิธีหนึ่งซึ่งตัวผมเองได้ใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้ หากท่านสนใจลองรับชมตามวิดีโอด้านล่างนะครับผม


หวังเป็นอย่างยิ่งว่าวิธีการดังกล่าวจะช่วยให้ทุกท่านสามารถกำจัดเพลี้ยในสวนของท่านได้นะครับผม



ทนัญชัย อริยเกศมงคล
สวนไผ่อริยะ@ระยอง
Line : tapootom
Tel : 086-3572098
https://www.facebook.com/ariyabamboo
http://ไผ่ตงลืมแล้ง.blogspot.com
E-mail : tapoo.tom@gmail.com

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

เทคนิคการสร้างรายได้ปีละ 2 แสนบาทจากไผ่ตงลืมแล้งเพียง 1 ไร่



การสร้างรายได้ปีละ 2 แสนบาทจากไผ่ตงลืมแล้งเพียง 1 ไร่

          ใช่แล้วครับท่านฟังไม่ผิดแน่ๆเพราะสิ่งที่ผมจะบอกกับทุกท่านนั้นผมได้ทำมันมาแล้วเพียงแค่ท่านจริงจังและใส่ใจในทุกอย่างในสิ่งที่ท่านทำซึ่งในที่นี้คือการปลูกไผ่ตงลืมแล้งครับ

          โดยทั่วไปแล้วหลายต่อหลายท่านที่ปลูกไผ่ตงลืมแล้งนั้นอาจจะมาจากเหตุผลหลักๆ 2 ประการนั่นคือ

1.การทนต่อสภาพอากาศทั้งทนร้อนและน้ำท่วมขังอีกทั้งยังดูแลได้ง่าย
2.การให้ผลผลิตที่ค่อนข้างมากต่อเนื่องตลอดทั้งปี

          ในการปลูกไผ่ตงลืมแล้งในช่วงแรกๆนั้นตัวผมเองก็มุ่งที่จะทำให้ไผ่ตงลืมแล้งนั้นออกผลผลิตให้เรามากๆเพื่อที่จะได้แปรเปลี่ยนเป็นเงินมาให้เราได้ใช้จ่ายกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้ตัวผมเองมีรายได้เข้ามาไม่ขาดสายแต่หลังจากปลูกไผ่ตงลืมแล้งไปได้เพียง 2 ปี ผมก็เริ่มเห็นถึงตลาดที่รองรับผลผลิตจากไผ่ตงลืมแล้งมากกว่าแค่การขายหน่อ ยกตัวอย่างเช่นการขายลำไผ่ จากที่ผมได้เห็นว่าไผ่ตงลืมแล้งนั้นให้หน่อที่ค่อนข้างดกดังนั้นถ้าปล่อยหน่อให้เป็นลำก็ย่อมทำให้มีลำมากเช่นกันจึงใช้เวลาอีก 1 ปีในการปลูกไผ่ตงลืมแล้งแบบเลี้ยงลำโดยจะต้องให้น้ำและปุ๋ยมากขึ้นกว่าเดิมและการตัดแต่งลำที่จะต่างจากการปลูกเพื่อเอาหน่อบ้างเล็กน้อยทำให้ในหนึ่งปีนอกจากจะมีรายได้จากการขายหน่อแล้วยังมีรายได้จากการขายลำอีกทางหนึ่งด้วย

          นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการสร้างรายได้หลายๆทางจากการปลูกไผ่ตงลืมแล้งนะครับส่วนแนวทางอื่นๆที่ผมได้ทำกับไผ่ตงลืมแล้งจำนวน 1 ไร่ของผมจนสามารถมีรายได้เกิน 2 แสนบาทใน 1 ปีท่านสามารถดูเพิ่มเติมได้จากวีดีโอด้านล่างนี้ได้เลยครับผม

          ตัวผมเองหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลที่ผมทำขึ้นมานี้อาจจะจุดประกายความคิดหรือมีประโยชน์ต่อท่านที่ปลูกและคิดที่จะปลูกไผ่ตงลืมแล้งนี้ไม่มากก็น้อยครับผมขอบคุณครับ





ทนัญชัย อริยเกศมงคล
สวนไผ่อริยะ@ระยอง
Line : tapootom
Tel : 086-3572098
https://www.facebook.com/ariyabamboo
http://ไผ่ตงลืมแล้ง.blogspot.com
E-mail : tapoo.tom@gmail.com


วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เทคนิคการปลูกไผ่ตงลืมแล้งให้มีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน

      เทคนิคการปลูกไผ่ตงลืมแล้งให้มีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน


         หลังจากห่างหายไปนานครับกับการเขียนบทความวันนี้ผมจึงทำวีดีโอเกี่ยวกับการปลูกไผ่ที่ผมได้ทำไว้ครับ


หวังว่าจะมีประโชยน์และเป็นแนวทางให้หลายๆท่านได้ครับผม



ทนัญชัย อริยเกศมงคล
สวนไผ่อริยะ@ระยอง
Line : tapootom
Tel : 086-3572098
https://www.facebook.com/ariyabamboo
http://ไผ่ตงลืมแล้ง.blogspot.com
E-mail : tapoo.tom@gmail.com

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เริ่มเตรียมกอไผ่ในหน้าฝนเพื่อสร้างรายได้หน้าหนาว

หากท่านที่ปลูกไผ่อยากจะสร้างรายได้ในช่วงหน้าหนาวก็ควรเตรียมการตั้งแต่หน้าฝน




          สำหรับท่านที่ปลูกไผ่ตงลืมแล้ง เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนเราต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับฤดูกาล ก็สามารถที่จะลองนำวิธีการดูแลไผ่ตงลืมแล้งของสวนไผ่อริยะในช่วงหน้าฝนไปทดลองทำตามกันได้ครับผม

1.การตัดแต่งกิ่ง

          ต้องตัดแต่งกิ่งไผ่ตงลืมแล้งก่อนเข้าหน้าฝน ถ้ากิ่งก้านทึบมากเกินไปจะทำให้กิ่งฉีก หักได้ง่าย เพราะน้ำฝนที่เกาะบนใบไผ่ในปริมาณมาก จะมีน้ำหนักมากขึ้นทำให้กิ่งฉีกขาดเสียหาย นอก จากนี้หน้าฝนจะมีพายุและลมแรง ทำให้กิ่งไผ่ตงลืมแล้งฉีกขาดหรือหักได้



2.พื้นที่ปลูก

          สำหรับท่านที่จะปลูกไผ่ตงลืมแล้งในหน้าฝนต้องมั่นใจว่าพื้นที่ปลูกไผ่ตงลืมแล้งไม่มีน้ำท่วมขัง เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้ไผ่ตงลืมแล้งเกิดอาการรากเน่า ควรจะปรับเนินดินเพื่อไม่ให้น้ำขังบริเวณโคนต้น ถ้าทำเนินดินแล้วต้นไม้ยังได้น้ำมากเกินไปอยู่ ควรจะทำระบบระบายน้ำจากบริเวณรอบโคนต้นไผ่ ให้น้ำไหลออกไปเร็วที่สุด แต่สำหรับท่านที่ปลูกมาเกิน 6 เดือนแล้วก้อสบายใจได้ครับผมเพราะไผ่เราจะทนน้ำท่วมขังได้ดี



3.การกำจัดวัชพืช

          หมั่นกำจัดวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมต้นไผ่เป็นประจำ เพราะหน้าฝนวัชพืชจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและขึ้นปกคลุมต้นไผ่ แย่งอาหารและแสงแดด ทำให้ไผ่ตงลืมแล้งอ่อนแอ ตลอดจนเป็นแหล่งสะสม เชื้อราและโรคพืช ถ้าหากปล่อยให้วัชพืชโตเกินไปจะทำให้กำจัดยากและเสียค่าใช้จ่ายสูง

4.การพรวนดิน

          ควรพรวนดินเพื่อให้ดินมีโอกาสแห้งในระดับผิวดินบ้าง และจะทำให้รากต้นไผ่ที่อยู่ในระดับหน้าดินได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้น

5.การให้ปุ๋ย

          ไม่ควรใส่ปุ๋ยมากเกินไป หรือถ้าใส่ต้องรีบพรวนดินเพื่อให้ดินกลบปุ๋ยก่อนที่น้ำฝนจะชะล้างปุ๋ย ให้ไหลไปที่อื่น เพราะถือเป็นการสิ้นเปลือง

6.ข้อแนะนำเพิ่มเติม

           สำหรับต้นไม้ที่ปลูกใหม่ควรค้ำยันให้ดี เพราะ ยังไม่มีรากที่จะยึดเกาะดินพยุงลำต้นได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งลมแรงอาจทำให้ไผ่ตงลืมแล้งโอนเอนไปตามลม ซึ่งจะทำลายระบบรากที่กำลังแตกออก อาจทำให้ต้นไม้ชะงักการเจริญเติบโตได้ รู้อย่างนี้แล้ว ลองนำวิธีที่แนะนำไปดูแลรักษาต้นไม้ในหน้าฝนกันนะครับผม

           จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนะครับผม หากกอไผ่ของเราในช่วงหน้าฝนไม่มีความสมบูรณ์ลำโค่นเอียง หัก รากเน่า วัชพืชเยอะ พอถึงหน้าหนาวผลผลิตที่ควรจะได้จะลดน้อยลงอาจจะทั้งปริมาณและคุณภาพซึ่งก็เป็นสาเหตที่ทำให้รายได้จากการปลูกไผ่ตงลืมแล้งนั้นลดลง ทางตัวผมเองเห็นว่าหากเราสามารถที่จะเตรียมการไว้ได้เสียตั้งแต่เนิ่นๆ จะส่งผลดีให้กับเรามากกว่าครับผม ข้อมูลที่ได้นำเสนอไปนี้เป็นเพียงแค่แนวทางที่สวนผมใช้อยู่นะครับผม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านไม่มากก็น้อยครับผม
ขอบคุณครับ



ทนัญชัย อริยเกศมงคล
สวนไผ่อริยะ@ระยอง
Line : tapootom
Tel : 086-3572098
https://www.facebook.com/ariyabamboo
http://ไผ่ตงลืมแล้ง.blogspot.com
E-mail : tapoo.tom@gmail.com

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เกษตรกรมือใหม่ได้นับเงินแน่ถ้าไผ่ตงลืมแล้งไม่ขาดน้ำ

 เกษตรกรมือใหม่ได้นับเงินแน่ถ้าไผ่ตงลืมแล้งไม่ขาดน้ำ

 http://www.facebook.com/paiariya


    อย่างที่เราทราบกันดีแล้วครับว่าน้ำนั้นจัดได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำสวนไผ่เลยก็ว่าได้ถึงแม้ว่าไผ่ตงลืมแล้งของเราจะทนแล้งได้ดีและออกหน่อทั้งปีแต่เชื่อเถอะว่าผลผลิตจะต้องน้อยลงไปแน่ๆหากสวนไผ่ตงลืมแล้งของเราขาดน้ำ ดังนั้นการจัดการระบบน้ำในสวนไผ่ของเราจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยเรยทีเดียว ถึงแม้ว่าการจัดการหรือติดตั้งระบบน้ำในสวนไผ่ตงลืมแล้งจะยุ่งยากและอาจจะต้องมีการลงทุนกันบ้าง แต่เชื่อเถอะครับว่าท้ายที่สุดแล้วมันจะคุ้มค่ากับการลงทุน

หลักการเดินระบบน้ำเพื่อการเกษตรภายในสวนไผ่ตงลืมแล้งซึ่งจริงๆ แล้วก็มีหลักการอยู่ไม่กี่อย่าง

    1. การเลือกขนาดปั๊มหรือประเภทของปั๊มนั้นเป็นเฉพาะตัวอย่างหนึ่ง เช่นบางท่านอาจจะเลือกใช้จากเครื่องจักรที่ตัวเองมีอยู่แล้วนำมาดัดแปลง หรือบางท่านอาจจะชอบปั๊มน้ำไฟฟ้าประเภทใดประเภทหนึ่งซึ่งก็ว่ากันไปตามความชอบส่วนบุคคล แต่ที่แน่ๆ ปั๊มน้ำที่นำมาใช้ก็ควรจะมีกำลังพอที่จะเดินระบบน้ำในสวนได้

ปั๊มน้ำในสวนไผ่ตงลืมแล้ง


    2. การเลือกขนาดท่อน้ำสำหรับท่อหลักนั้นก็ควรเป็นขนาดที่ใหญ่และเหมาะสมเพื่อการไหลเวียนของน้ำที่มากและคงสภาพแรงดันไว้ได้อย่างดี เช่นท่อน้ำ PVC ขนาด 3 นิ้วสามารถส่งน้ำได้ประมาณ 30,000 – 35,000 ลิตรต่อชั่วโมง หรือ PVC ขนาด 2 นิ้วสามารถส่งน้ำได้ประมาณ 15,000 – 18,000 ลิตรต่อชั่วโมง ดังนั้นการเลือกขนาดท่อที่เหมาะสมกับขนาดแรงขับของปั๊มน้ำและปริมาณที่ต้องการใช้จึงเป็นอีกหนึ่งความสำคัญที่ต้องใส่ใจ

การวางท่อน้ำ

การวางท่อ PE


    3. การเลือกอุปกรณ์หรือท่อน้ำในการติดตั้งระบบน้ำในสวนไผ่ตงลืมแล้งนั้นก็มีความสำคัญอย่างมากเช่นกันเพราะอุปกรณ์ต่างๆ หรือท่อน้ำนั้นก็มักจะมีราคาแพงดังนั้นการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์หรือท่อน้ำให้ถูกลักษณะจึงเป็นการลดต้นทุนและยืดอายุการใช้งานให้กับระบบน้ำในการเกษตรเช่นกัน ท่อน้ำเพื่อการเกษตรนั้นจะมีหลายราคาหลายคุณภาพสำหรับลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป หากเป็นท่อน้ำสำหรับระบบน้ำเพื่อการเกษตรแบบถาวรหรือระบบน้ำที่มีปั๊มเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นผู้เขียนก็อยากจะแนะนำว่าท่อที่สูบน้ำขึ้นมาจากแหล่งน้ำแล้วเชื่อมต่อเข้าสู่ตัวปั๊มน้ำนั้นผู้เขียนแนะนำให้ใช้ท่อน้ำหรืออุปกรณ์ที่มีคุณภาพดีเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน ไม่เสื่อมสลายง่ายหรือชำรุดง่ายเพราะอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งไว้นั้นมักจะแก้ไขหรือซ่อมแซมได้ยากในกรณีที่เกิดการชำรุด

 http://www.facebook.com/paiariya


    4. การต่อท่อน้ำไปยังพื้นที่ที่ต้องการนั้นควรจะให้มีส่วนงอน้อยที่สุดเพราะความโค้งงอของท่อจะสร้างแรงเสียดทานทำให้ความแรงของน้ำลดลงและทำให้ปั๊มน้ำทำงานหนักขึ้นเช่นกัน

    5. การวางท่อน้ำหลักนั้นต้องดูสภาพพื้นที่เป็นหลัก หากพื้นที่ที่ต้องการวางระบบน้ำในสวนไผ่ตงลืมแล้งนั้นเป็นพื้นที่แบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือใกล้เคียงนั้นก็ควรวางท่อน้ำหลักไว้บริเวณกึ่งกลางส่วนเพื่อให้แรงดันน้ำส่งต่อไปยังท่อย่อยได้อย่างสม่ำเสมอทั้ง 2 ฝั่งแล้วจึงใช้ข้อต่อแบบ 4 ทางแยกสู่ท่อย่อยต่อไป หากพื้นที่ที่ต้องการนั้นเป็นลักษณะแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือลักษณะใกล้เคียงที่มีหน้ากว้างแคบก็อาจจะวางท่อหลักไว้ด้านใดด้านหนึ่งได้ การวางท่อน้ำหลักในลักษณะนี้ก็เพื่อกระจายแรงดันให้ได้ทั่วถึงกัน เพราะหากวางไปด้านใดด้านหนึ่งในขณะที่พื้นที่เป็นแบบลักษณะสี่เหลี่ยมจตุรัสแล้วก็อาจจะทำให้สปริงเกอร์หรือมินิสปริงเกอร์หรืออุปกรณ์กระจายน้ำที่ติดตั้งไว้บริเวณท้ายๆ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเพราะแรงดันปลายแถวไม่เพียงพอ

    6. หัวสปริงเกอร์หรืออุปกรณ์กระจายน้ำนั้นจะเป็นตัวชี้วัดถึงวัสดุที่จะนำมาเป็นท่อย่อย เพราะหากใช้สปริงเกอร์ตัวใหญ่นั้นท่อย่อยก็ควรจะเป็นท่อน้ำแบบ PVC หรือหากเป็นอุปกรณ์กระจายน้ำแบบมินิสปริงเกอร์หรือหัวน้ำหยดนั้นท่อย่อยก็ควรจะเป็นท่อ PE เพื่อง่ายต่อการใช้งาน



    เรื่องการวางระบบน้ำนี้เป็นเพียงแค่การแนะนำคร่าวๆเพื่อให้พอเห็นเป็นแนวทางในการวางแผนการจัดการระบบน้ำในสวนไผ่ตงลืมแล้งครับผมเพราะเห็นว่าช่วงนี้เป็นช่วงใกล้หน้าฝนกลัวว่าเกษตรกรมือใหม่จะใช้น้ำฝนเป็นตัวช่วยเลี้ยงไผ่พอหมดฝนแล้วจะเตรียมตัวกันไม่ทันครับ





ทนัญชัย อริยเกศมงคล
สวนไผ่อริยะ@ระยอง
Line : tapootom
Tel : 086-3572098
https://www.facebook.com/ariyabamboo
http://ไผ่ตงลืมแล้ง.blogspot.com
E-mail : tapoo.tom@gmail.com

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การปรับปรุงดินเพื่อเกษตรกรรมยั่งยืน

การปรับปรุงดินเป็นหัวใจหลักของระบบเกษตรกรรมยั่งยืน 

       
การปรับปรุงดิน
การปรับปรุงดิน




           ถ้าดินมีความสมบูรณ์ผลผลิตที่ได้ก็จะดี มีคุณภาพสูง ต้นทุนการผลิตต่ำ และช่วยให้งานในไร่นาเบาลง หลายคนเข้าใจผิดว่าการทำเกษตรยั่งยืน โดยเฉพาะในรูปแบบเกษตรอินทรีย์หมายถึงการไม่ใช้สารเคมีเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วหากดินไม่สมบูรณ์ก็ไม่มีทางจะประสบผลสำเร็จ


           ดินที่ดีคือดินในป่า เพราะมีองค์ประกอบครบทั้ง 3 ประการในการสร้างปุ๋ยธรรมชาติซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นปุ๋ยที่ดีที่สุดในโลก คือ

           1) อินทรีย์วัตถุ โดยมีทั้งใบไม้ กิ่งไม้ต่างๆ ที่ทับถมกัน รวมทั้งมีสัตว์จำพวกแมลง ไส้เดือน มด ปลวก เป็นต้น ที่สามารถย่อยสลายได้
           2) ความชื้น
           3) จุลินทรีย์ ซึ่งจะไปย่อยสลายอินทรีย์วัตถุให้กลายฮิวมัส

           ที่สำคัญการที่ดินในป่ายังไม่ถูกทำลายก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปุ๋ยธรรมชาติจากป่ามีคุณภาพดีมาก อย่างเช่น ดินในป่าเขาใหญ่ที่ดินเพียงหนึ่งช้อนชามีจุลินทรีย์ถึงหกพันล้านตัว ขณะที่ดินที่เสื่อมสภาพกลับมีจุลินทรีย์ไม่ถึงร้อยล้านตัว ดังนั้น เป้าหมายสำคัญของการปรับปรุงดินของเกษตรกรก็คือ การทำให้ดินในไร่นามีสภาพเป็นเหมือนในป่า

การใส่ปุ๋ยเคมีซึ่งจะส่งผลให้ดินเสียเร็ว
การใส่ปุ๋ยเคมีซึ่งจะส่งผลให้ดินเสียเร็ว


           ขณะที่ดินในปัจจุบันมักถูกทำลายคนทั่วไปมักแก้ไขปัญหาดินเสื่อมด้วยการซื้อปุ๋ยเคมีมาใส่ โดยคิดกันว่าปุ๋ยเคมีเป็นตัวบำรุงดิน แต่ที่จริงแล้วปุ๋ยเคมีส่งผลในการทำลายดินอย่างมาก เนื่องจากปุ๋ยเคมีมีธาตุอาหารไม่เกิน 3 ตัว คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปรตัสเซียม ดังเช่นปุ๋ยเคมีที่ใช้กันในแถบ จ.สุพรรณบุรี ก็มีธาตุอาหารเพียงใช้สองตัวเท่านั้น คือ เอ็นกับพีตามสูตร 16-20-0 ขณะที่ธาตุอาหารที่พืชแต่ละชนิดต้องการนั้นมีไม่ต่ำกว่า 18 ชนิด แม้ว่าบางชนิดอย่างเช่นไฮโดรเจนกับออกซิเจนจะมาจากน้ำ มาจากน้ำ คาร์บอนไดออกไซด์มาจากอากาศ ส่วนไนโตรเจนบางส่วนก็มาจากอากาศได้ก็ตาม แต่ธาตุอาหารที่เหลืออีกสิบกว่าชนิดอย่างเช่น แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก ฯลฯ ก็จะต้องถูกพืชดึงเอามาจากดินมากขึ้น กระทั่งในดินไม่เหลือธาตุอาหารอะไรอีกเลย อีกทั้งยังทำให้ดินแข็ง แน่น หรือที่เรียกว่าโครงสร้างดินเสีย ที่สำคัญการใส่ปุ๋ยเคมีไม่เพียงไม่ส่งผลต่อการบำรุงดินจริงแล้ว ยังส่งผลเสียต่อดินโดยตรงด้วย อย่างเช่นปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 จะให้ไนโตรเจนในรูปของไนเตรท ซึ่งไนเตรทก็คือสารเคมีที่ส่วนมากจะอยู่ในรูปของกรดที่มีผลทำให้ดินเปรี้ยว เมื่อดินเปรี้ยวพืชก็ไม่สามารถดูดอาหารได้ตามเดิมเพราะมีความเปรี้ยวจับไว้ ดังนั้น ไนโตรเจนที่ใส่ไปจึงไม่ถูกใช้ประโยชน์ ส่วนฟอสฟอรัสก็จะอยู่ในรูปฟอสเตรท ซึ่งเป็นกรดเหมือนกัน ใส่ไปยี่สิบกิโลก็ไม่ได้ทั้งหมด และส่งผลให้ดินเป็นกรดมากยิ่งขึ้น หากไม่เป็นกรดก็เป็นเกลือ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ส่งผลทำให้จุลินทรีย์ตายไปเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น ธาตุอาหารในปุ๋ยเคมีก็จะมีอยู่เพียงประมาณร้อยละ 30 เท่านั้น กล่าวคือ ปุ๋ยเคมี 100 กิโลกรัม จะมีธาตุอาหารอยู่เพียง 36 กิโล อีก 64 กิโลกรัมที่เหลือมักเป็นดินเหนียว

ปุ๋ยเคมีที่เกษตกรนิยมใช้กัน
ปุ๋ยเคมีที่เกษตกรนิยมใช้กัน


           สภาพดินสัมพันธ์โดยตรงกับสภาพสังคม ถ้าดินไม่ดีทุกอย่างก็ไม่ดี สุขภาพไม่ดี สังคมก็เสื่อม คนก็อยู่ไม่ได้ นักวิจัยฝรั่งค้นพบว่า อาณาจักรโรมันในช่วงที่เฟื่องฟูสูงสุดนั้น สภาพดินของเขาดีมาก และความเสื่อมของอาณาจักรก็เกิดขึ้นพร้อมๆ กับความเสื่อมของดิน เราอย่ามองแค่ว่าดินไม่ดีก็แก้ง่ายๆ ด้วยการใส่ปุ๋ย แต่เราจำเป็นต้องเข้าใจระบบของดิน แม้ปัจจุบันจะมีกระแสความนิยมการใช้น้ำหนักชีวภาพหรือน้ำหมักจุลินทรีย์ แต่หัวใจของการบำรุงดินนอกจากจุลินทรีย์แล้ว ต้องมีความชื้นและอินทรีย์วัตถุที่เหมาะสมด้วย ดังนั้นการวิจัยด้านการปรับปรุงบำรุงดินของสมาชิกในโครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อยจึงเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อจะนำมาสู่ปัญญาหรือหนทางในการฟื้นความอุดมสมบูรณ์ของดินให้ได้




ทนัญชัย อริยเกศมงคล
สวนไผ่อริยะ@ระยอง
Line : tapootom
Tel : 086-3572098
https://www.facebook.com/ariyabamboo
http://ไผ่ตงลืมแล้ง.blogspot.com
E-mail : tapoo.tom@gmail.com